|
Monday, 28 July 2008 10:19 |
|
เมื่อเอ่ยถึงนักบัญชีเเล้วเชื่อว่าภาพในความคิดของใครหลายคนก็คือ ต้องสวมแว่นตาหนาๆ หน้าตาเคร่งเครียดอยู่กับตัวเลขรายรับ-รายจ่าย ไม่ค่อยจะพูดคุยกับใครนัก แต่สำหรับว่าที่นักบัญชีสาวสวยคนนี้เเล้ว เเทบจะตรงข้ามจากภาพในความคิดของใครๆ หลายคน “นพกานต์ ชัยเจริญสุขเกษม” หรือน้องเเป้งถือได้ว่าเป็นที่สุดของนักศึกษาด้วยดีกรีที่เรียกว่าอีกเพียงสองภาคการศึกษาเธอก็จะได้รับปริญญาบัตรระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคณะบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เราไม่รอช้ารีบไปพูดคุยกับสาวสวย เก่ง คนนี้ “แป้งจบ ม.6 จากเซนต์ฟรังฯ สอบตรงได้คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่คิดว่าการเรียนเศรษฐศาสตร์ คงไม่เหมาะกับเราเพราะเป็นวิชาที่ต้องใช้ความเข้าใจทางด้านต่างๆ มาผสมผสานกันทั้งบริหาร การเงิน บัญชี รัฐศาสตร์ ร่วมถึงเป็นสาขาที่ค่อนข้างกว้าง ถ้าจบออกไปคงหางานทำลำบาก จึงมาเรียนบัญชี ที่ ม.กรุงเทพ ส่วนหนึ่งเพราะทางบ้านประกอบธุรกิจส่วนตัว คิดว่าถ้าจบไปแล้วน่าจะเอาไปปรับใช้ได้ทันที” แป้งบอกว่าเหตุผลอีกประการหนึ่งที่เธอเลือกเรียนบัญชี เพราะเธอคิดว่างานด้านบัญชีนั้นทุกหน่วยงานทุกองค์กรต้องใช้ และหากเรียนจบแล้วก็น่าจะมีงานให้ทำเยอะ “เรียนบัญชีแล้วรู้สึกชอบขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับทางบ้านให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ทำให้เรียนได้ค่อนข้างดี รู้สึกว่ามีคนคอยหนุนหลัง คอยให้กำลังใจ คอยให้คำปรึกษา ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากการเรียนจะดีแล้ว ยังทำให้เรามีภูมิคุ้มกัน คำแนะนำของครอบครัวเป็นประโยชน์กับเรามาก เพราะจะสามารถทำให้เราใช้เป็นข้อมูล นำมาคิดวิเคราะห์ถึงข้อดี ข้อเสียต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ทุกเรื่อง พ่อแม่ไม่ได้บังคับว่าอย่าทำอย่างนั้น หรือต้องทำอย่างนี้ แต่จะบอกว่าถ้าทำไปแล้วจะเป็นอย่างไร ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดกับเราคนเดียว แต่รวมไปถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วย ลูกๆ หลายคนอาจเกรงใจพ่อแม่ กลัวท่านจะเสียใจ จึงไม่ทำผิด แต่ครอบครัวของแป้งจะบอกเสมอว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ถ้าเราทำดี สิ่งดีที่เกิดนั้นจะทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า มีความภาคภูมิใจ มีความสง่างาม” สำหรับหลายๆ คนมักจะคิดว่าการเรียนดีแบบเกรดเฉลี่ย 3.88 เป็นอันดับ 1 พ่วงด้วยรางวัลทุนเรียนดียอดเยี่ยมของมหาวิทยาลัย แป้งคงจะต้องคร่ำเคร่งอยู่กับการท่องตำราอยู่เป็นประจำ แต่สำหรับสาวสวยขั้นเทพคนนี้แล้วเธอบอกว่าเธอไม่เคยคิดว่าจะต้องเรียนให้ได้เกียรตินิยม เพียงแต่เธอเรียนบัญชีเพราะเธอชอบ เมื่อเรียนจากความชอบก็ทำให้เธอเรียนได้ดี “อย่างที่บอกแป้งเรียนบัญชีด้วยความชอบ เรียนแล้วก็สนุก สนุกกับการทำแบบฝึกหัด ได้ลุ้นว่าตัวเลขที่คิดออกมาจะตรงกันพอดีไหม เป็นเรื่องปกติที่เด็กบัญชีทุกคนจะต้องตั้งใจเรียนในห้องให้ดี ทบทวนบทเรียน ทำแบบฝึกหัดอย่างสม่ำเสมอ ถ้าติดตรงไหนต้องรู้จักถาม ถามเพื่อนแล้วเพื่อนไม่รู้ ก็ต้องถามครู ถ้าปล่อยไว้ไม่รู้อย่างนั้น จะกลายเป็นว่าเราจะไม่สนุกในการเรียน ไม่เข้าใจขึ้นเรื่อยๆ บัญชีไม่เหมือนสาขาวิชาอื่น ถ้าไม่รู้ ไม่เข้าใจวิชานี้ เป็นไปได้ว่าจะไม่รู้ในวิชาต่อไป เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่จะต่อเนื่องเกี่ยวข้องกัน แต่ถ้าเรียนแล้วเข้าใจ ก็จะสนุกแล้วก็จะทำข้อสอบได้” อนาคตหลังจบการศึกษาแป้งบอกว่าอยากจะไปทำงานในบริษัทเอกชนสักแห่ง แล้วความฝันที่อยากจะเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีนั้นก็คงจะอยู่ไม่ไกล “ถึงเกรดเราค่อนข้างดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นอาจารย์สอนหนังสือ เพราะการที่ต้องทำให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องมีความรู้สูง ต้องถ่ายทอดเก่ง ส่วนตัวคิดว่าตัวเองยังไม่เก่งพอที่จะสอนคนอื่นได้ ตั้งใจไว้ว่าพอเรียนจบ จะทำงานทางวิชาชีพที่ได้เรียนมา สั่งสมประสบการณ์ขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถก้าวไปเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตได้ เกรดเฉลี่ยก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะจะทำให้เรามีโอกาสได้เลือกงานอย่างที่อยากได้ แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ ต้องมีทั้งความพยายามและความตั้งใจสูง หลายคนอาจจะคิดว่าเราเคร่งเครียด ไม่สนใจเรื่องอื่น วันๆ มีแต่เรียนอย่างเดียว แต่แป้งก็ช่วยงานกิจกรรมของคณะเสมอๆ ช่วยติวหนังสือให้เพื่อนบ้าง ช่วยงานที่บ้านบ้าง หรือถ้าอยากรีแล็ก อย่างมากก็จะอ่านหนังสือพวกนวนิยาย พวกวรรณกรรมหรือออกไปดูหนังบ้างตามความเหมาะสม ไม่ชอบไปเที่ยวกลางคืนหรือเล่นเอ็มเอสเอ็นเท่าไร” สุดท้ายกับความตั้งใจในวันรับปริญญานั้นแป้งบอกว่าเธออยากให้ปริญญาบัตรของเธอเป็นของขวัญให้กับพ่อแม่ “สิ่งที่น่ายินดีที่สุดในวันรับปริญญาสำหรับแป้งก็คือพ่อแม่และครอบครัว ของขวัญจากพ่อแม่ไม่จำเป็นอยู่แล้ว ของขวัญที่ดีที่สุดก็คือรอยยิ้มของพ่อแม่ รอยยิ้มของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ตั้งใจว่าวันนั้นแป้งจะพาพ่อแม่ไปทานข้าวด้วยเงินเดือนที่แป้งหามาได้ด้วยตัวเอง..”

|